|
|
โปรแกรมทัวร์ : ฮานอย
, แพคเกจฮานอย , นครวัด
, หลวงพระบาง, คานาสือ , ปาย
, เจาะลึกปาย
, ภูเก็ต
, สี่สังเวชนียสถาน
,ดอยตุง
, แชงกรีลา
, กระบี่ ตรัง
, สิบสองปันนา
, กำแพงเมืองจีน
|
|
| Home | โปรแกรมทัวร์ | โปรโมชั่น | แพคเกจทัวร์ | โรงแรม | สมาชิก | เกี่ยวกับเรา |
|
|
|
|
พิพิธภัณฑ์พระราชวังเจ้าฟ้ามหาชีวิตจ. หลวงพระบาง
ข้อมูลทั่วไป - พิพิธภัณฑ์พระราชวังเจ้าฟ้ามหาชีวิต - พิพิธภัณฑ์พระราชวังเจ้าฟ้ามหาชีวิต สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2447 ในสมัยพระเจ้าสักรินทร์ และมาแล้วเสร็จในสมัยของเจ้าศรีสว่างวงศ์
พ.ศ. 2452 และสืบทอดมายังเจ้าศรีสว่างวัฒนากษัตริย์องค์สุดท้าย ภายหลังจากการเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี พ.ศ. 2518 รัฐบาลสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวได้เปลี่ยนมาเป็น หอพิพิธภัณฑ์ ในปี พ.ศ. 2519
เมื่อผ่านประตูทางเข้า จะมองเห็นทิวแถวของต้นตาลที่ปลูกเรียงรายกันดึงดูดสายตาเข้าไปยังตัวอาคาร
ด้านซ้ายมือ คืออนุสาวรีย์ของเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์ ผู้ครองราชย์ตั้งแต่ พ.ศ. 2448 2502 และเป็นผู้พระราชทานรัฐธรรมนูญฉบับแรกที่เขียนขึ้นโดยชาวลาวเมื่อครั้ง พ.ศ. 2490
ส่วนด้านตรงข้ามของอนุสาวรีย์นั้น เป็นหอพระบางที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระบาง ในการเข้าชมพิพิธภัณฑ์พระราชวังแห่งนี้ สำหรับคนต่างชาติต้องเสียค่าธรรมเนียมค่าเยี่ยมชมสถานที่ และแต่งกายให้สุภาพก่อนเข้าชม เมื่อเดินขึ้นไปยังตัวอาคารจะต้องถอดรองเท้า ภายในพิพิธภัณฑ์ห้ามทำการถ่ายภาพ หรือบันทึกวีดีโอใด ๆ ทั้งสิ้น เมื่อทำการถอดรองเท้า และเก็บสัมภาระไว้ในล็อคเกอร์ที่เจ้าหน้าที่ดูแลพิพิธภัณฑ์จัดไว้เรียบร้อยแล้ว ที่แรกที่เราจะเข้าชมก็คือการไปนมัสการพระบางทางห้องพระที่อยู่สุดทางปีกขวาของอาคาร พระราชวังเจ้ามหาชีวิต เป็นศิลปะแบบผสมผสานตะวันออก กับตะวันตก ออกแบบโดยสถาปนิกชาวฝรั่งเศส ประกอบด้วยอาคารขวางด้านหน้าเป็นอาคารชั้นเดียวแบบอาณานิคม ยกพื้นสูง หลังคามุงกระเบื้อง มุขทวารตรงกลางเปิดโล่งเข้าไปยังท้องพระโรงด้านใน ซึ่งด้านบนเป็นหลังคายอดปราสาท แบ่งเป็นปีกซ้าย และปีกขวา ปีกซ้ายทางเป็นห้องรับแขกของพระมเหสี ส่วนปีกด้านขวาเป็นห้องรับแขกของเจ้ามหาชีวิต โดยเฉพาะห้องสุดท้ายของปีกด้านนี้ ถูกจัดไว้เป็นห้องพระ ประดิษฐานพระบาง พระพุทธรูปปางห้ามสมุทรศิลปะเขมรสมัยหลังบายน หล่อด้วยทองคำถึง 90 เปอร์เซ็นต์ น้ำหนัก 54 กิโลกรัม เป็นพระคู่บ้านคู่เมืองของชาวเมืองหลวง และชาวลาว เป็นที่มาของชื่อเมืองหลวงพระบางด้วย ส่วนด้านข้างและด้านหลังของท้องพระโรง เป็นที่ประทับของเจ้ามหาชีวิต และพระมเหสี เป็นอาคารแบบผสมผสานที่ดูอบอุ่น สมถะ เรียบง่าย แต่สง่างามอยู่ในที
ห้องโถงด้านหน้า หรือห้องฮับต้อน ซึ่งจะจัดไว้ให้บรรดาขุนนางต่าง ๆ ได้เข้าเฝ้าเจ้ามหาชีวิต และต้อนรับแขก เพื่อมอบสาสน์ตราต่าง ๆ มีรูปปั้นบรอนซ์ครึ่งพระองค์ของเจ้ามหาชีวิตมหินทรเทพ , เจ้ามหาชีวิตสักรินทร์ และเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์ ถัดไปทางห้องรับรองด้านขวามือ เป็นห้องรับรองแขกของเจ้ามหาชีวิตในอดีต ซึ่งภายในได้จัดแสดงภาพวาดเกี่ยวกับวิถีชีวิตประจำวันของชาวลาว และชาวหลวงพระบาง ฝีมือของจิตรกรหญิงชาวฝรั่งเศสชื่อ Alix de Fautereau รวมทั้งมีกลองมโหระทึกสำริดโบราณตั้งแสดงอยู่หลายใบ จากนั้นจะเป็นทางเดินบังคับไปยังท้องพระโรงใหญ่
ท้องพระโรงใหญ่ เป็นสถานที่ออกพบปะ ต้อนรับราชทูตจากต่างประเทศที่เข้ามาถวายพระราชสาสน์ตราตั้ง ฝาผนังภายในท้องพระโรง เป็นภาพประดับกระจก หรือที่ชาวลาวเรียกว่าประดับดอกดวง แสดงเรื่องราวเกี่ยวกับนิทานพื้นบ้านโบราณของลาว เช่น เรื่องขุนบรม ท้าวจันทะพานิด ตำนานการแห่พระบางมาจากเขมร และเรื่องงานประเพณีในรอบปี หรือฮีตสิบสอง ตรงสุดท้องพระโรงเป็นที่ประทับพระราชบัลลังก์ ทำด้วยไม้แกะสลัก และปิดทองทั้งองค์ บัลลังก์นี้เตรียมไว้สำหรับพีธีบรมราชาภิเษกเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวัฒนาในปี
พ.ศ. 2519 แต่เกิดการเปลี่ยแปลงการปกครองเสียก่อนจึงไม่ได้มีการประกอบพระราชพิธีนี้ขึ้น ตู้กระจกภายในห้องได้จัดแสดงเครื่องราชกกุธภัณฑ์สำหรับเจ้ามหาชีวิตในพิธีการนี้เช่นกัน ทางปีกซ้าย และขวาจัดแสดง พระพุทธรูปหล่อจากทองคำ แก้ว หินมีค่าสำริด และพระพุทธรูปไม้ตีทองคำหุ้ม ส่วนใหญ่ขุดค้นพบได้จากใต้ฐานของพระธาตุหมากโมครั้งทำการบูรณปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ในสมัยพระเจ้าศรีสว่างวงศ์ นอกจากนั้นยังมีแหย่ง
ช้างซึ่งเจ้าอนุวงศ์กษัตริย์แห่งนครเวียงจันทน์ส่งมาถวายพระเจ้ามันธาตุราช แห่งหลวงพระบางเพื่อเจริญสัมพันธไมตรี พร้อมกับชักชวนให้ร่วมมือกอบกู้เอกราชจากสยามประเทศในปี พ.ศ. 2370
ห้องรับแขกของพระมเหสี แบ่งเป็นสองตอน ห้องด้านในมีรูปเขียนสีน้ำมันขนาดใหญ่มีลักษณะเด่น คือ จะเป็นภาพสามมิติซึ่งเป็นศิลปะชั้นสูงที่หาชมได้ยาก เป็นภาพของเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวัฒนา พระมเหสีคำผุย และภาพวาดเจ้าชายวงศ์สว่างมกุฎราชกุมาร วาดขึ้นในปี พ.ศ. 2510 โดย Iliya Kazunov จิตรกรชาวรัสเซียอันเลื่องชื่อ ส่วนอีกห้องหนึ่งนั้นจัดแสดงของขวัญจากประเทศต่าง ๆ ในตู้กระจก ซึ่งส่วนใหญ่ส่งมาถวายเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวัฒนาในวาระที่จะเข้าพิธีบรมราชาภิเษก
ส่วนห้องต่าง ๆ ด้านหลังเดิมเป็นเขตส่วนพระองค์ประกอบด้วย ห้องบรรทมเจ้ามหาชีวิต ห้องบรรทมพระมเหสี ห้องพักผ่อน ห้องบรรทมสำหรับเชื้อพระวงศ์ ปัจจุบันจัดแสดงเครื่องราชอิสริยาภรณ์ลำดับชั้นต่าง ๆ
เครื่องดนตรีของราชสำนัก และห้องเสวย เป็นพระราชวังที่เหมาะแก่การอยู่อาศัยอย่างแ้ท้จริง
การเดินทางสู่ พิพิธภัณฑ์พระราชวังเจ้าฟ้ามหาชีวิต
|
โปรแกรมทัวร์แนะนำ
| โปรแกรมท่องเที่ยวแนะนำ ปี 2553 |
|
5 Unseen Thailand
ดินแดนสุดขอบฟ้า แชงกรีลา
คุนหมิง ต้าลี่ ลี่เจียง แชงกรีลา โค้งแรกแยงซีเกียง หุบเหวเสือกระโจน วัดซงจ้านหลิน ย่ำหิมะ ชมทะเลภูเขา ที่หุบเขาพระจันทร์สีน้ำเงิน
เดินทาง : 11 - 17 เม.ย.53
ท่านละ : 31,500 บาท
สมาชิก : 30,990 บาท |
|
5 Unseen Thailand
กระบี่ ตรัง ทะเลแหวก เกาะพีพี ทะเลตรัง ถ้ำมรกต เกาะกระดาน เกาะไหง เกาะเชือก ถ้ำเลเขากอบ สระมรกต น้ำตกร้อน
เดินทาง : 2 - 6 เม.ย.53 / 30 เม.ย. - 4 พ.ค. 53
ท่านละ : 6,300 บาท
สมาชิก : 6,100 บาท
เดินทาง : 12 - 16 เม.ย.53
ท่านละ : 6,600 บาท
สมาชิก : 6,400 บาท |
|
1 Unseen Thailand
ภูเก็ต แหลมพรหมเทพ ภูเก็ตแฟนตาซี พระผุด ล่องอ่าวพังงา เขาพิงกัน เขาตะปู เกาะปันหยี เกาะพีพี อ่าวมาหยา
เดินทาง : 12 - 16 เม.ย.53
ท่านละ : 5,990 บาท
สมาชิก : 5,790 บาท |
|
1 Unseen Thailand
เชียงราย ลาว จีน ห้วยทราย หลวงน้ำทา เชียงรุ้ง กาหลั่นป้า สิบสองปันนา
เดินทาง
: 12 - 17
เม.ย.53
ท่านละ : 12,500 บาท
สมาชิก : 12,200 บาท |
|
|
|
|
|
|
|