7. การจัดประชุมวิชาการนานาชาติ
และสัมมนาเชิงปฎิบัติการนานาชาติ
นอกจากจะเป็นการจัดแสดงพันธุ์ไม้เขตร้อนที่ดีที่สุดในโลกงานหนึ่งแล้ว
ยังได้จัดการเผยแพร่ความรู้วิชาการด้านพืชสวนเขตร้อนและเทคโนโลยีทางการเกษตร
ที่นักวิชาการของไทยมีความรู้ความสามารถในระดับนานาชาติ
แบ่งเป็นการทางวิชาการออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ การประชุมวิชาการนานาชาติ
และการประชุมวิชาการภายในประเทศ
o การประชุมวิชาการนานาชาติ จะแบ่งเป็นประเภทใหญ่ ๆ เช่น การประชุมไม้ผลเขตร้อนและกึ่งร้อนนานาชาติ
การประชุมไม้ดอกไม้ประดับ และการประชุมเกี่ยวกับสมุนไพรและพืชหอมนานาชาติ
โดยรูปแบบการประชุมจะจัดทำในลักษณะการประชุมวิชาการเชิงปฏิบัติการ
(Workshop) อาทิเช่น การประชุมพืชสวนแห่งชาติครั้งที่ 6 International
Workshop on Tropical and Sub-tropical Fruit โดย DOA-ISHS PCG and
TOT of ASEAN GAP of Fruit and Vegetables , International Symposium
on Marketing of Horticultural Products แนวโน้มการผลิตและการตลาดกาแฟในอนาคต,
International Workshop on Ornamental Plants, International Workshop
on Medicinal and Aromatic Plants
o การประชุมวิชาการในประเทศ จะจัดทำในหัวข้อหลักๆ เช่น การประชุมเกี่ยวกับพันธุ์ไม้
ส้ม ลำไย ไฮโดรโพนิคส์ (การปลูกพืชไร้ดิน) การอารักขาพืช การอนุบาลพืช
และการพัฒนาบัว
คาดว่าผลจากการประชุมร่วมกันในครั้งนี้จะก่อให้เกิดความร่วมมือในการพัฒนาด้านพันธุ์ไม้และการเกษตรอื่น
ๆ ต่อไป โดยเฉพาะการถ่ายทอดเทคโนโลยีทางการเกษตรเขตร้อนซึ่งเป็นที่ทราบกันดีในระดับโลกว่าประเทศไทยเป็นหนึ่งในผู้นำด้านนี้
งานมหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติ ราชพฤกษ์ 2549 กำหนดจัดขึ้นระหว่าง
1 พฤศจิกายน 2549 31 มกราคม 2550 ณ ตำบลแม่เหียะ จ.เชียงใหม่ รวม
92 วัน ซึ่งการเป็นเจ้าภาพจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯ
ราชพฤกษ์ 2549 เป็นการจัดงานมหกรรมที่ยิ่งใหญ่ระดับโลกเป็นครั้งแรกของประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เป็นงานประวัติศาสตร์ของประเทศและอยู่ภายใต้กรอบการจัดงานที่กำหนดโดยสมาคมพืชสวนนานาชาติและสำนักงานมหกรรมโลก
โดยมีนโยบายที่จะให้พื้นที่จัดงานเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของเชียงใหม่
และเป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านพืชสวนของประเทศภายหลังการจัดงานจบสิ้นลง
ส่งผลให้เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติหลายด้าน อาทิ ด้านการส่งออก ภาพลักษณ์ของประเทศด้านพืชสวน
และด้านการท่องเที่ยว
ซึ่งคาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานจากประชาชนชาวไทยและต่างประเทศไม่น้อยกว่า
2 ล้านคน ตลอดระยะเวลาการจัดงาน 3 เดือนหรือ เฉลี่ย 20,000 คน/วัน
คาดว่านักท่องเที่ยวจะเพิ่มวันพักเฉลี่ยจากเดิม 4 วันเป็น 5 วันซึ่งจะสร้างรายได้ให้ประเทศไทยเพิ่มขึ้น
2,876 ล้านบาท และจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่คาดว่าจะมาเที่ยวในประเทศไทยเพิ่มขึ้นเพื่อเข้ามาชมงานจะสามารถสร้างรายได้ให้ประเทศไทยเพิ่มขึ้น
15,535 ล้านบาท และคาดว่าประเทศไทยจะมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการเป็นเจ้าภาพจัดงานนี้ประมาณ
18,411 ล้านบาท ไม่รวมรายได้ต่อเนื่องที่จะเกิดขึ้นระหว่างเตรียมงานและมูลค่าการส่งออกที่จะเพิ่มขึ้นหลังจากงานเสร็จสิ้น
|